หน้าเว็บ

25/11/54

เทคนิคการทำ SEO เบื้องต้นที่ควรรู้ (reloaded)


การทำ SEO หรือ Search Engine Optimizer นั้นเป็นการทำให้โครงสร้างข้อมูลภายในเว็บของเราที่บรรจุอยู่ใน HTML ของเรา และพวก URL ของเรานั้น มีความหมายและทำให้ Crawler (ซึ่งต่อไปจะขอเรียกเป็น Search Engine เพื่อให้เข้าใจตรงกัน) นั้นสามารถเข้ามาเก็บข้อมูลในเนื้อหาของเราได้ง่าย และตรงกับความต้องการให้ได้มากที่สุด
ซึ่งโดยปกติแล้วจะแนะนำให้ใช้ XHTML ร่วมกับ CSS โดยที่ XHTML นั้นเป็นส่วนที่ใช้สำหรับใส่ข้อมูลและมี Tag พวก XHTML ต่าง ๆ เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเนื้อหาให้น้อยที่สุด โดยมีแต่ส่วนที่กำหนดพื้นที่สำหรับแสดงผลต่าง ๆ เป็นชื่อที่สื่อความหมาย โดยใช้พวก <div> และ <span> แล้วกำหนดพื้นที่ของ Layout ด้วยชื่อที่กำหนดใน id หรือ class และโยนหน้าที่การกำหนด Layout ต่าง ๆ ไปที่ CSS ทั้งหมด เพื่อลดขนาดของไฟล์ HTML ที่ตัว Search Engine จะดึงไปเพื่อทำการ Parse ข้อมูลออกมา ทำให้ Search Engine ใช้เวลาประมวลผลต่าง ๆ ลดลงได้มากด้วย แถมลด B/W ลงไปได้เยอะมาก ๆ ในกรณีที่เว็บของเรานั้นมี Priority ในการเข้ามา index ข้อมูลของ Search Engine สูง ๆ
เทคนิดง่าย ๆ แต่ได้ผลนั้นผมสรุปจาก Best and Worst practices for designing a high traffic website อีกทีครับ
  1. ใส่ Keywords หลัก ๆ ลงบน Title เพราะเป็นพื้นที่ที่ระบบ Search Engine ใช้ในการเข้ามา index ข้อมูลอันดับแรก ๆ
  2. ใช้ tag Heading (พวก <h*></h*> ต่าง ๆ) ให้เป็นประโยชน์เพื่อให้ Search Engine นั้นเข้าถึงข้อมูลสำคัญ ๆ ในส่วนนี้ก่อนเสมอ เพราะ Search Engine จะมองว่า Heading เป็นเหมือนหัวหลักของเนื้อหาเพื่อนำไปใช้สรุปเนื้อหาตอนค้นหาต่อไป
  3. ใช้ alt, title, id, class และพวก caption ต่าง ๆ ที่ใช้อธิบายข้อมูลนั้น ๆ เพราะ Search Engine ไม่เข้าในว่ารูปภาพ หรือข้อมูลพวก Binary ต่าง ๆ ว่ามันคืออะไร
    เช่น <img src=”dog.jpg” alt=”Dog jumping into the air” />
  4. ใช้ META Tag ถึงแม้ว่า META Tag จะเป็นเทคนิคเก่า ๆ นับตั้งแต่มี WWW แต่ก็เป็นการดีที่เราควรจะมีไว้ เพราะ Search Engine ยังคงใช้ข้อมูลนี้เพื่อการจัดอับดับข้อมูลของเรา ในกรณีที่ข้อมูลในหน้านั้น ๆ มีมากเกินไป
  5. ใช้ Sitemap โดยการสร้าง Sitemap นั้นมีเครืองมือให้ใช้อยู่มากมาย และยิ่งใช้พวก CMS/Blogware ต่าง ๆ พวก Drupal, WordPress, XOOP, Joomla/Mambo, PHP-nuke ฯลฯ ก็มี module/component/plug-in เข้ามาช่วยสร้าง Sitemap ให้แทบทั้งนั้น โดยประโยชน์ของ Sitemap นั้นช่วยให้ตัว Search Engine นั้นไม่ต้องวิ่งไต่ไปตามลิงส์ต่าง ๆ ของเว็บของเราเพื่อเข้าถึงข้อมูลทั้งหมด และยิ่งเว็บมีขนาดใหญ่และซับซ้อนมาก ๆ ยิ่งทำให้หน้าที่อยู่ในส่วนของรากลึก ๆ ต้นไม้ที่เป็นลำดับของลิงส์นั้นเข้าถึงยาก การมี Sitemap จึงช่วยในการบ่งบอกกับ Search Engine ได้ว่าเว็บของเรามีหลายอะไรอยู่บ้าง เพื่อให้ตัว Search Engine เข้ามา Index ข้อมูลได้รวดเร็วและสะดวกขึ้น
  6. ทำ URL Friendly หรือ Rewrite URL การทำ URL Friendly นั้นช่วยให้ Search Engine เข้าใจ URL ของเราและทำให้การเก็บ URL และแสดงผล URL เพื่อลิงส์กลับมาหน้าต่าง ๆ ของเว็บเรานั้นทำได้ง่ายมากขึ้น

7/10/54

Quick indexed Backlink ด้วย Yahoo Pipes
 
หัวใจสำคัญของการทำ SEO ที่ขาดไม่ได้คือการสร้าง Backlink ให้กับบล็อกและเว็บไซต์ของเราอย่างสม่ำเสมอและเป็นธรรมชาติซึ่งสิ่งที่ตามมาควบคู่กับ Backlink ก็คือการทำสะพานบอท เพราะเป็นช่วยให้ One way link ที่เราไปสร้างไว้ตามที่ต่าง ๆ ถูก indexed และกลายเป็น backlink ในที่สุด

อ่านเนื้อหาเรื่องสะพานบอทที่
http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,156214.0.html

บทความนี้ผมจะนำเสนออีกหนึ่งเทคนิคในการทำสะพานบอทสำหรับ Free blog หรือ WPmu ที่มีฟังก์ชันการส่งออกของ Feed ให้ถูก indexed ได้เร็วขึ้น โดยใช้ Yahoo Pipes เป็นเครื่องมือ โดยใช้หลักการคือ นำ Feed ไปรวมไว้ที่ Yahoo Pipes และกรองเอาเฉพาะ Feed ที่ต้องการ จากนั้นนำ Feed ที่ได้จากการรวมไป Submit ตาม Feed directory และนำ Page จากการ Submit ไปโปรโมทอีกต่อหนึ่ง

ขั้นตอนการ ส่ง Feed ไปที่ Yahoo Pipes

ขั้นที่ 1. ไปที่
http://pipes.yahoo.com/
จากนั้น Login ด้วย yahoo id ของคุณ

SEO


ขั้นที่ 2 เมื่อเข้าระบบแล้ว คลิกปุ่ม Create a pipe ที่อยู่บริเวณด้านบนของหน้า ซึ่งอาจจะพบกล่องข้อความแนะนำ ไม่ต้องสนใจปิดไป

Yahoo Pipes submit Feed

ขั้นที่ 3 ใช้วิธี Drag (ลาก) Module ทางซ้ายมือเอามาวางใน frame เพื่อสร้างตัวรับ feed โดย

3.1 ลาก Fetch Feed แล้วใส่ Feed URL ของ Free Blog หรือ WPmu เข้าไป

เช่น
http://hackublog.wordpress.com/feed/

การใส่ URL เพิ่มให้กดเครื่องหมายบวก แนะนำว่าควรใส่ไม่เกิน 20-25 URL เพื่อไม่ให้ขนาด Feed ใหญ่เกินไป

SEO Facebook


4. ต่อไปกรองเอาเฉพาะ Feed ที่มี Keyword ที่เราต้องการโดยใช้ Operators Filter เข้าไปโดย
4.1 คลิกที่ข้อความ Operators ทางซ้าย แล้วลากตัว Filter ออกมา

Yahoo Pipe Module SEO

4.2 จากนั้นตั้งค่าต่าง ๆ ดังรูป (อาจจะดัดแปลงตามความต้องการของคุณเองก็ได้)

SEO Filter
ในช่องสุดท้ายให้ใส่ keyword ที่คุณต้องการกรองลงไปเพื่อคัดเลือก Feed ที่มี keyword ที่คุณต้องการโปรโมทเท่านั้น

ขั้นที่ 5 ในขั้นนี้เราจะจัดเรียงการนำเข้า Feed อีกนิดโดยใช้ Operators Sort

Sort SEO

ให้ลาก Operators Sort ออกมาแล้วตั้งค่าตามรูป

SEO Facebook

จากนั้นให้ลากเส้นเชื่อมต่อทุก Module เข้าด้วยกันและเชื่อมมายัง Output ก็จะได้ผลดังรูป

SEO Facebook Pipes


ขั้นที่ 6 เมื่อจบขั้นที่ 5 เราจะพบว่า Pipes สมบูรณ์แล้ว ต่อไปก็ทำการบันทึก ตั้งชื่อ Pipes และ run pipe

SEO Facebook Pipes

Feed Pipes

Yahoo Pipes

ซึ่งขณะที่ run หาก URL ใด detect feed ไม่พบ ระบบจะขึ้นข้อความก็จะแจ้งให้เราทราบด้วย

SEO Facebook



ขั้นที่ 7 เมื่อ run pipe และแก้ไขจนสมบูรณ์แล้วให้ กด Publish

SEO Facebook


กรณีต้องการแก้ไข Pipe ในภายหลังก็สามารถสามารถทำได้โดยเข้าไปที่ My Pipes และคลิก Edit Sourse ครับ

SEO Feeds

ขั้นตอนที่ 9 เมื่อนำ Feed มารวมที่ Yahoo Pipe สำเร็จแล้วต่อไปก็ต้องโปรโมทครับ

การโปรโมท Pipe ทำได้หลายวิธี

เช่น
9.1 นำ URL ของ Pipes ไปโปรโมทโดยตรง หรือทำสะพานบอท
9.2 ใช้ rss feed จาก Pipes ที่สร้างไปโปรโมท

วิธีนี้ค่อนข้างจะยั่งยืน

Rss Feed

วิธีโปรโมท Feed ให้ศึกษาได้จากบทความ การโปรโมทบล็อกตอนที่ 2 : การ Submit Feed และ Ping และ บทความ FeedBurner ตัวช่วยให้ Feed แรง!!!

9.3 Bookmark และ Share Pieps ไปยัง Social media

Quick indexed

9.4 นำ feed ที่ได้ไป add กับ Statusnet Micro blogging และ twitter ผ่าน Twitterfeed วิธีนี้ให้ศึกษาจากบทความ วิธีส่ง Feed บทความจาก blogger ไปยัง Twitter และ Facebook และบทความ เขียน blogger ยังไงให้ได้ 50+ Backlink ตอนที่ 2

21/9/54

                       คำศัพท์ SEO ที่ควรรู้

1.
SEO : คำนี้ย่อมาจาก Search Engine Optimization ซึ่งเป็นกระบวนการการทำให้บล็อก/เว็บไซต์ของคุณถูกค้นพบโดยเครื่องมือค้นหาบนโลก Internet ได้ง่ายขึ้น

2. SE : ย่อมาจาก Search Engine คือเครื่องมือค้นหาข้อมูลบนโลก Internet (ในที่นี้เราจะพูดถึงบล็อกและเว็บไซต์)

3. Bot : ย่อมาจาก Robot เป็นเหมือนผึ้งงานที่คอยมาเก็บข้อมูลต่าง ๆ บน โลก Internet ที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มปริมาณของข้อมูลขึ้น และที่สำคัญ Bot ของ Search Engine ชอบจะไปเยี่ยมบล็อก/เว็บไซต์ที่มีการ update บ่อย ๆ

4. Keyword : ในเรื่อง SEO หมายถึงคำสำคัญที่คนมักใช้ค้นหาจาก Search Engine เช่น คำว่า ผลฟุตบอล บอลโลก 2010 เป็นต้น

5. Niche keyword : หมายถึง Keyword ที่มีโอกาสสูงที่คนจะใช้ค้นหากับ Search Engine และมีคู่แข่ง (ปริมาณผลการค้นหา) ไม่มากนัก

6. Density : คำนี้มักใช้คู่กับเรื่อง Keyword ซึ่งหมายถึงความหนาแน่นของ Keyword ใน 1 หน้า หรือใน 1 บทความ เพื่อเพียงพอจะทำให้ Bot ของ Search Engine ตีความได้ว่า หน้านั้น ๆ หรือบทความนั้น ๆ เกี่ยวกับเรื่องใด

7. Link : ในเรื่อง SEO คำว่า Link จะหมายถึงการเชื่อมโยงกันระหว่าง บล็อก/เว็บไซต์

8. Anchor Text : หมายถึงข้อความที่เป็น Link เชื่อมโยง ซึ่ง Bot ของ Search Engine จะให้ความสำคัญกับข้อความชนิดนี้มากกว่าข้อความปกติ หรือถูกให้ความสำคัญกว่าลิงค์ปกติ เช่น
ข้อความปกติดังที่แสดงด้านล่าง Bot ของ Search Engine ให้ความสำคัญน้อยมาก 
hackublog
Link ปกติที่แสดงดังด้านล่าง Bot ของ Search Engine ให้ความสำคัญน้อย
http://www.hackublog.com/
Anchor Text Bot ที่แสดงดังตัวอย่างด้านล่าง Bot ของ Search Engine ให้ความสำคัญ
วิธีสร้างบล็อก
โค้ดที่ใช้สร้าง Anchor Text
<a href='ใส่ URL ที่นี่' title='ใส่ข้อความอธิบายลิงค์'>ใส่ Keyword </a>
และสิ่งที่ควรทำทุกครั้งคือเมื่อสร้างลิงค์เชื่อมโยงควรใช้ Anchor Text และใช้ Keyword ในการตั้งชื่อ Anchor Text ด้วย

9. index : คือการที่หน้าบล็อกหรือเว็บไซต์ของเราถูกนำไปจัดอันดับในผลของการค้นหา ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อันดับที่ดีที่สุดจากผลการค้นหาคือ อันดับ 1 ในหน้าแรกจากผลการค้นหาโดยใช้ Google.com (Google เป็น Search Engine ที่คนนิยมใช้มากที่สุดในโลก )

จะทราบได้อย่างไรว่าบล็อก/เว็บไซต์คุณ index แล้ว ? >> ให้พิมพ์
site:www.yourname.com
หรือ
site:ชื่อบล็อก.blogspot.com
ในช่องค้นหาใน Google ซึ่งถ้าพบแปลว่า Index แล้วครับ

10. PR : ย่อมากจาก Pagerank คือคะแนนที่ Search Engine ต่าง ๆ จะให้กับบล็อก/เว็บไซต์ของเรา โดยค่า PR สูงสุดคือ 10 ต่ำสุดคือ 0 และกรณีที่บล็อกของคุณยังไม่ถูกจัดเก็บเข้าไปในฐานข้อมูลของ Search Engine คะแนน PR จะเป็น n/a

บล็อก/เว็บไซต์ที่มี PR สูง ๆ หมายความว่าเป็นบล็อก/เว็บไซต์ที่มีคุณภาพ ส่วนใหญ่จะเป็นเว็บไซต์ที่มี เนื้อหามีคุณภาพไม่ซ้ำใคร ระบบเว็บไซต์มีเสถียรภาพสูง คนเข้าชมเยอะ มีคนใช้บริการมาก ๆ และมี Link (จากเว็บคุณภาพ)เข้ามาหาเป็นจำนวนมาก

แต่ทั้งนี้ค่า PR ไม่ได้ส่งผลต่ออันดับการค้นหาจาก SE แต่อย่างใด เพราะผลการค้นหาจะเลือกจัดอันดับเว็บที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกับความต้องการของผู้ค้นหามากที่สุด ดังนั้น บล็อก/เว็บไซต์ที่มี PR=0 ก็ติดอันดับการค้นหาเป็นที่ 1 ได้


11.Backlink : หมายการเชื่อมโยงจากเว็บไซต์อื่น ๆ มายังบล็อก/เว็บไซต์ของเรา ถ้ามี Backlink เข้ามามาก ๆ จะส่งผลต่อการ Index ยิ่งไปกว่านั้นถ้าได้ Backlink จากบล็อก/เว็บไซต์ ที่มี PR สูง จะทำให้ PR ของเราเพิ่มตามไปด้วย และอันดับจากการค้นหาก็จะใต่ขึ้นมาอยู่อันดับต้น ๆ ด้วย

การหา Backlink จากเว็บที่มี PR สูง เป็นเรื่องยากส่วนใหญ่จะต้องซื้อ เดือนละเท่าไหร่ ปีละเท่าไรก็แล้วแต่จะตกลง ส่วนสำหรับคนที่ไม่มีต้นทุนในการซื้อลิงค์ก็จะต้องใช้ความพยายามมากกว่าปกติเพื่อให้ได้มาซึ่ง Backlink จำนวนมาก ซึ่งก็จะได้พูดถึงวิธีการกันในบทความต่อ ๆ ไป

11. Dofollow และ Nofollow : ต่อเนื่องจากคำว่า Backlink บางเว็บไซต์ที่เราไปสร้าง Backlink เอาไว้ หรือเว็บไซต์ที่ลิงค์มาหาเราบางเว็บไซต์จะป้องกันการเสียคะแนน PR โดยตั้งค่า Link เอาไว้เป็น Nofollow ซึ่งจะทำให้ Backlink ที่เราได้มาไม่ทำให้คะแนน PR ของเราเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ไม่ดีเพราะว่า ถึงจะไม่ได้คะแนน PR แต่ก็อาจจะเพิ่มจำนวนคนเข้าชมบล็อกของเราก็ได้

ส่วนความหมายของ Dofollow ก็จะตรงข้ามจาก Nofollow คือ เราจะได้ Backlink และได้คะแนน PR ด้วยครับ

12. Link Wheel: เป็น Backlink ที่แข็งแกร่งมากชนิดหนึ่งที่เราสามารถกำหนดและสร้างเองได้ โดยลักษณะของลิงค์ชนิดนี้จะสร้างสะพานให้ Bot วิ่งลักษณะเป็นวงกลม และทุกจุดบนเส้นรอบวงก็จะส่ง Backlink มายังศูนย์กลางคือบล็อกที่เราต้องการได้ Backlink ถ้านึกไม่ออกลองนึกว่ามันคล้าย ๆ พายุ Hurricane แล้วบล็อกของคุณอยู่ตรงใจกลางพายุครับ สำหรับเรื่อง LinkWheel บน Blogger ผมยังไม่ได้ลงรายละเอียดมากนะครับ เพราะจะเขียนบทความให้อยู่แล้ว ให้รออ่านในบทความต่อไปครับ

13. Traffic: ในเรื่อง SEO หมายถึง ปริมาณคนหรือรวมทั้งหุนยนต์ที่เข้าชมบล็อกของคุณ ยิ่งมากก็ยิ่งดีครับ ดังนั้น ถ้า Index ในอันดับที่ดี เช่นติดหน้า 1 ของ Google ใน Keyword ที่คนนิยม Traffic ก็ย่อมมากไปด้วย

14.UIP : ย่อมาจาก Unique IP ซึ่งการนับจำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์จะนับจากปริมาณ Unique IP จึงจะแม่นยำ เพราะถ้า เราเข้าชมบล้อกตัวเองวันละ 100 ครั้งแล้วนับ 100 ครั้ง ก็คงจะสรุปอะไรไม่ได้

15. Pageview : คือจำนวนการเปิดหน้าในบล็อก/เว็บไซต์ของคุณ ซึ่งถ้านำไปหารด้วยจำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์ก็จะบอกได้ว่าคนที่มาชมบล็อกของคุณมีการเปิดชมบล็อกโดยเฉลี่ยกี่ครัง ถ้าเฉลี่ยแล้วไม่ถึง 1 แสดงว่าบล็อก/เว็บไซต์ของคุณ ไม่น่าสนใจเอาซะเลย

การนับจำนวนคนเข้าชม Blogger อาจจะใช้ของบริการตัวนับฟรีเช่น Histat.com เป็นต้น

16. Spam : เป็นพฤติกรรมที่ทำอะไรมากกว่าปกติ เกินความจำเป็นและผิดธรรมชาติของระบบ เช่น เพิ่งบล็อก/เว็บไซต์ได้วันเดียวแต่มี backlink จำนวนมาก Index ในอันดับสูงผิดปกติ หรือมีการเพิ่มของปริมาณข้อมูลในบล็อก/เว็บไซต์ อย่างมหาศาลในช่วงเวลาสั้น ๆ อย่างนี้ก็จะถูก เอาไปเก็บไว้ในหลุมดำ(หลุมทราย)ของ Search Engine หรือถูกลดความสำคัญในที่สุด

17. De-Index ( Decrease Index ) : เป็นการถูกลดความสำคัญของข้อมูลที่ได้ถูก Index ไปแล้ว อาจจะเนื่องมาจากหลายสาเหตุ เช่น Spam คำ เพิ่มจำนวนบทความมากผิดปกติ หรือการไม่ Update ของเนื้อหา หรือถูกลดอันดับจากคู่แข่งที่ทำอันดับขึ้นมาดีกว่า เป็นต้น

18. Approve คือการรอการตรวจสอบ เช่นเรานำ Blog ไปสมัครกับ Blog directory ที่มีชื่อเสียง เราก็จะต้องรอให้มีการตรวจสอบว่าบล็อกของเรามีคุณภาพพอที่จะเข้าร่วมกับ Blog directory นั้น ๆ หรือไม่

19. Sandbox : เป็นเหมือนสถานพินิจที่นำเอาบล็อก/เว็บที่มีพฤติกรรมการเพิ่ม Index และ backlink มากผิดปกติ จนเข้าข่ายน่าสงสัย บล็อก/เว็บก็จะนำไปรอการตรวจสอบความผิดปกตินั้นเสียก่อน ถ้าตรวจสอบประมาณ 5-6 เดือนแล้วก็จะปล่อยออกมาให้ Index เหมือนเดิม

ส่วนใหญ่คนที่ตกหลุมทราย(Sandbox) จะเป็นพวกเทพหรือเซียนเท่านั้น เพราะการเพิ่ม Index และ backlink ได้ปริมาณมาก ๆ ภายในเวลาสั้น ๆ (1-2 วัน) คนทั่วไปทำไม่ค่อยได้

วิธีทำให้หลุดจากหลุมทรายก็ไม่ยากครับ เพียงแต่ต้องรอ และระหว่างรอ ต้องหยุดเพิ่มข้อมูลสักพัก Submit ได้เล็กน้อย ตามสมควร แต่ที่สำคัญคือให้หาBacklink จากเว็บ PR สูง ๆ ครับ จะหลุดเร็วมาก ถ้ามีทุนหน่อยก็ซื้อลิงค์ครับ

20. Submit : คำนี้พูดถึงไปบ้างแล้ว ถ้าแปลง่าย ๆ ก้เหมือนการไปแจ้งเกิด แจ้งจดทะเบียนสมรส อะไรทำนองนี้ครับ นั่นคือเรานำข้อมูลของเราไปส่งให้ แหล่งที่รับ Submit ข้อมูล เช่น Social Bookmark หรือเว็บ Pligg หรือ Web directory เป็นต้น

การ Submit มีหลายประเภท เช่น Submit Blog , Submit บทความ , Submit Feed , Submit Sitemap เป็นต้น

21. Ping : เป็นการส่งสัญญาณการ Update ไปยัง Search Engine ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรทำเลย หรือถ้าจะทำก็ควรทำเมื่อบล็อกมีการ Update เพราะถ้าบ่อยไปจะถูกมองว่า Spam และถูก de-index ได้

22. Social Bookmark : คือเว็บไซต์ที่เปิดให้สมาชิกเก็บเรื่องราวต่าง ๆ ที่ชอบ และแบ่งปันให้เพื่อน ๆ ได้ทราบ ส่วนใหญ่เราจะใช้ในการนำบทความ ไป Submit เพราว่า Social Bookmark จะมีผู้ใช้บริการมาก มีข้อมูลความเคลื่อนไหวแทบจะตลอดเวลา Bot ของ Search Engine จึงเข้าไปเก็บข้อมูลแทบจะตลอดเวลาเช่นกัน เมื่อพบบทความที่เรานำไป Submit เอาไว้ Bot ก็จะวิ่งมาเก็บข้อมูลที่บล็อกเราอีกต่อหนึ่ง

ตัวอย่างของ Social Bookmark ที่รู้จักกันได้แก่ digg ,stumpble,delicious ,Mixx เป็นต้น

23. Pligg : เป็นพวกเดียวกับ Social Bookmark แต่สร้างจาก CMS (เว็บกึ่งสำเร็จรูป) ดังนั้นก็ใช้งานเหมือนกับ Social Bookmark และในปัจจุบันในไทยก็มีเว็บ Pligg เป็นจำนวนมาก ผมทำการรวบรวมมาแนะนำกันอีกที

24. Web Directory หรือ Blog Directory : ถ้าแปลกันตรง ๆ ก็คือสารบัญของเว็บไซต์/บล็อก ที่มีคนบางกลุ่มนิยมไปค้นหาเรื่องราวที่สนใจจากแหล่งสารบัญที่ว่านี้ ดังนั้นถ้าคุณทำเว็บ/บล็อก ก็ควรจะนำไป Submit ใน Web Directory หรือ Blog Directory เพื่อเพิ่มโอกาสให้ เว็บไซต์/บล็อก เป็นที่รู้จักมากขึ้น

ตัวอย่างของ Web Directory หรือ Blog Directory ได้แก่ Dmoz , Blogcatalog เป็นต้น

25. Tag : คือคำสั้น ๆ ที่มีใจความ หรือเรียกว่าเป็น Keyword ก็ได้ ถ้าในการเขียนบทความ หรือ นำบทความไป Submit ก็ควรจะใส่ tag ให้กับบทความนั้นมาก ๆ และควรใส่ tag ที่คนนิยมใช้ในการค้นหาด้วย มันจะทำให้ Index ของคุณดีขึ้นได้

26. Social Media และ Social Network : สังคมของคนออนไลน์ 2 ชนิดนี้สามารถใช้โปรโมทบล็อกของเราได้ เช่น Facebook ,Twitter,Myspace หรือ Youtube เป็นต้น

27. Onpage : หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า Onpage SEO คือการปรับแต่งเว็บไซต์หรือบล็อกให้ SE เข้าถึงข้อมูลในหน้าต่าง ๆ ได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด สามารถมองเห็นและเข้าใจได้ว่าบล็อกของคุณเกี่ยวกับเรื่องใด เด่นเรื่องใด และส่งผลต่อผลลัพธ์การค้นหาด้วย เช่น ชื่อโดเมน Title ของแต่ละหน้า ชื่อของบทความ ความหนาแน่นของ keyword ในเนื้อหาหรือบทความ Link เข้า-ออก ในแต่ละหน้า Meta tag หรือการไม่มี Link เสียในหน้านั้น ๆ เป็นต้น
ถ้าให้ผมสรุปง่าย ๆ ก็คือทุกสิ่งอย่างที่ SE จะมองเห็นในเว็บ/บล็อกของเรา ซึ่งเป็นปัจจัยทีเราควบคุมได้ และควรใส่ใจปรับแต่งอย่างละเอียดอ่อน

28. Offpage : หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า Offpage SEO เป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อ คะแนน PR และ อันดับในการ Index เช่น การสร้าง Backlink จำนวนคนเข้าเยี่ยมชม อายุของโดเมนเป็นต้น

7/9/54

Gadget คืออะไร?



Gadget ใน Blogger นั้นหมายถึงส่วนเสริมที่เราสามารถติดตั้งเพิ่มลงไปในแม่แบบของ Blogger ซึ่งบางครั้งก็ถูกเรียกว่า widget ซึ่งก็หมายถึงสิ่งเดียวกันกับ Gadget

วิธีเพิ่ม Gadget
ก่อนอื่นให้ Login เข้าไปที่ blogger หรือ draft.blogger >> จากแผงควบคุมให้เลือก การออกแบบ

สอนใช้งาน blogger

จากนั้นใน Layout ของแม่แบบคุณจะเห็นพื้นที่ ดังรูปด้านล่างเพื่อให้เพิ่ม Gadget

สอนทำ blogger
และเมื่อคลิก เพิ่ม Gadget ก็จะปรากฎ Gadget พื้นฐาน 21 อย่างที่จะกล่าวถึงในตอนท้ายของบทความนี้

แต่ง blogspot

นอกจากนี้ยังมี Gadget อีกมากมายซึ่งคุณสามารถเลือกได้จากเมนูแกดเจ็ดเพิ่มเติมทางซ้ายมือ

แต่ง blogger
เมื่อเลือก Gadget ที่ต้องการแล้ว คลิกที่ปุ่ม + เพื่อทำการเพิ่ม Gadget นั้น ใส่ชื่อ Gadget และตั้งค่าที่ต้องการแล้วบันทึก

สอนทำบล็อก

รูปที่เห็นข้างบนเป็น Gadget ผู้ติดตาม สำหรับ Gadget อื่น ๆ ก็ทำได้ในทำนองเดียวกัน


รู้จักกับ Gadget พื้นฐาน 21 อย่างของ Blogger

1. Gadget หน้าเว็บ
สอนแต่งบล็อก
หลักการของ Gadget ชนิดนี้คือคุณจะต้องสร้างหน้าเว็บขึ้นมาก่อน แล้วใช้ Gadget นี้เป็นเมนูในการเชื่อมโยงไปยังหน้าเว็บเหล่านั้น วิธีการเพิ่มและรายละเอียดของ Gadget ชนิดนี้ผมได้เขียนอธิบายไว้ในบทความ Gadget หน้าเว็บ พร้อมตัวอย่างการใช้

2. Gadget ผู้ติดตาม
สอนสร้างบล็อก
Gadget ชนิดนี้ใช้เพื่อให้ผู้อ่านที่ชื่นชอบบล็อกของคุณได้ติดตาม และเมื่อติดตามแล้วความเคลื่อนไหว และการ update บทความของจะไปปรากฎแผงควบคุมของผู้ติดตามโดยอัตโนมัติ และมีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นบนบล็อกของคุณได้ (กรณีที่คุณอนุญาตเฉพาะสมาชิก)


3. Gadget ช่องค้นหา
สอนทำบล็อก
เป็น Gadget ที่ติดตั้งเพื่อให้ผู้อ่านสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการในบล็อกของคุณได้ง่ายขึ้น


4. Gadget HTML/จาวาสคริปต์
ปรับแต่ง blogger
Gadget ชนิดนี้เป็น Gadget ที่ยืดหยุ่นที่สุดในบรรดา Gadget ทั้งหมด สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เหมาะสำหรับใช้ติดตั้งโค้ดต่าง ๆ ลงบน Blogger เช่น โค้ดปฏิทิน นาฬิกา โค้ดจาวาสคริปต์ โค้ดรูปภาพ โค้ดวีดีโอ โค้ดของลิงค์ เป็นต้น


5. Gadget ข้อความ
สอนสร้าง blog
เป็น Gadget ที่เหมาะสำหรับเขียนข้อความ เช่นข้อความต้อนรับเป็นต้น


6. Gadget Adsense
วิธสร้างบล็อก
คุณจะใช้ Gadget ชนิดนี้ได้เมื่อสมัครเข้าร่วมโปรแกรมหรือเป็นตัวแทนในการเผยแพร่โฆษณาบน Google ศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความ วิธีสมัคร Google Adsense แบบภาษาไทย (ตอนที่ 1)


7. Gadget รูปภาพ
วิธีสร้าง blog
ถ้าคุณต้องการแสดงรูปภาพบนบล็อกอย่างเดียวก็ให้เลือกใช้ Gadget นี้ครับ


8. Gadget สไลด์โชว์
ติดตั้ง Gadget บน blogger
Gadget นี้เป็นการดึง Albums จาก Picasaweb มาแสดงในรูปแบบสไลด์โชว์บนบล็อกของคุณ ศึกษาเกี่ยวกับ Picasaweb ได้ที่บทความ >> รูปภาพในบทความบน Blogger ถูกเก็บไว้ที่ไหน? แล้วจะจัดการได้อย่างไร?


9. Gadget แถบวีดีโอ
ติดตั้ง Gadget บน blogspot
Gadget นี้จะทำให้ผู้ใช้ค้นหาวีดีโอบน Youtube จากบล็อกของคุณได้


10. Gadget แบบสำรวจ
blogger gadget
Gadget นี้ถือเป็น Gadget หนึ่งที่น่าสนใจมาก แต่ยังมีผู้ใช้จำนวนน้อย โดยคุณอาจจะใช้สำรวจความต้องการ หรือความคิดเห็นของผู้อ่านต่อบล็อกของคุณ หรือสำรวจเกี่ยวกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาบนบล็อกของคุณก็ได้


11. Gadget รายการบล็อก
blogger widget
Gadget ชนิดนี้เป็น Gadget ที่สามารถรวบรวมข่าวสารล่าสุดจากบล็อกที่คุณเลือกหรือบล็อกที่คุณติดตาม พร้อมทั้งสามารถแสดงเนื้อหาแบบย่อได้ด้วย


12. Gadget รายชื่อลิงค์
สอนทำบล็อก
เป็น Gadget ที่ใช้สร้างลิงค์ไปยังที่ต่าง ๆ โดยคุณสามารถป้อน URL บน Gadget ชนิดนี้เพื่อสร้าง Link โดยไม่ต้องมีความรู้เรื่อง HTML มาก่อนเลยนอกจากนี้ Gadget ยังสามารถดัดแปลงไปทำเมนูของบล็อกได้ด้วย ศึกษาวิธีดัดแปลงจากบทความ >> วิธีสร้าง Menu สวย ๆ บน Blogger ด้วย Gadget Linklist (ควรจะศึกษาภายหลังจากที่ทำบล็อกได้ชำนาญแล้ว)


13. Gadget รายการ
แต่งบล็อก
เป็น Gadget ที่คล้ายคลึงกับ Gadget รายชื่อลิงค์ แต่มีความยืดหยุ่นกว่า สามารถสร้างข้อความรายการและใส่ link ให้ข้อความได้ด้วย


14. Gadget ฟีด
ทำบล็อก
คุณสามารถใช้ Gadget นี้ดึงข่าวสารจากในบล็อกของคุณ หรือบล็อกอื่นที่คุณสนใจเอามาแสดงเพียงแค่ใส่ชื่อบล็อกที่ต้องการลงไปลงไปใน gadget นี้ ศึกษาเรื่องฟีดเพิ่มเติมจากบทความ >> ทำความรู้จักกับ Feed ใน Blogger


15. Gadget Newsreel
วิธีสร้าง blogspot
เป็น gadget ที่ทำให้พาดหัวข่าวจาก Google มาปรากฎบนบล็อกของคุณเท่านั้น


16. Gadget ป้ายกำกับ
วิธีเขียนบล็อก
Gadget นี้มีความสำคัญ คุณควรจะติดตั้ง เพื่อให้บทความที่เขียนเป็นหมวดหมู่ ให้ผู้อ่านเห็นชัดเจนเลือกอ่านได้ตรงความต้องการมากขึ้น ศึกษาวิธีเพิ่มที่บทความ >> การจัดหมวดหมู่ให้กับบทความด้วย Label Gadget


17. Gadget ลิงค์การสมัคร
blogger tricks
Gadget นี้มีความสำคัญในเรื่องการส่งข่าวสารข้อมูลจากบล็อกของคุณไปยังผู้อ่าน ผู้อ่านจะสามารถสมัครรับบทความทาง email หรือผ่านช่องทางอื่น ๆ ได้จาก Gadget นี้ ศึกษาข้อมูลเรื่องฟีดเพิ่มเติมจากบทความ >> ทำความ รู้จักกับ Feed ใน Blogger


18. Gadget โลโก้
blogger tips
Gadget นี้ไม่สำคัญนักเป็นเพียงติดตั้ง logo ของ blogger ในหน้าบล็อกเท่านั้น


19. Gadget โปรไฟล์
ทำ blospot
Gadget นี้จะแสดงข้อมูลอย่างของคุณที่ได้กรอกเอาไว้บนบัญชีของ Blogger ถ้าคุณต้องการแสดงข้อมูลของคุณบน Blog ก็ควรจะติดตั้ง Gadget นี้ครับ


20. Gadget คลังบทความของบล็อก
สร้าง blogspot

Gadget นี้จะทำให้ผู้อ่านเห็นบทความทั้งหมดภายในบล็อกของคุณได้ ซึ่งผมได้เขียนวิธีติดตั้งและอธิบายเอาไว้ในบทความ การใช้งาน Gadget คลังบทความของบล็อก (Blog Archive) ลองเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมดูครับ


21. Gadget ส่วนหัวของหน้า
วิธีสร้างบล็อกส่วนตัว
Gadget นี้เป็นส่วนที่ใส่ Title และ Description ของ Blog โดยปกติแล้ว Template ทั่วไปก็จะติดตั้งส่วนนี้อยู่แล้ว